<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Dhamdee Tour ชวนคุณธรรมดี บนเส้นทางแห่งศรัทธา &#187; admin</title>
	<atom:link href="http://dhamdeetour.com/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dhamdeetour.com</link>
	<description>ทัวร์ทำบุญ ทัวร์ธรรมะ ธรรมดีทัวร์ ธรรมดี  ไทย อินเดีย เที่ยวทำบุญ เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวตุรกี เที่ยวภูฏาน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 03:33:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.2.2</generator>
	<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</title>
		<link>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 07:30:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://d.119cafe.com/customer/dmtour/?p=14821</guid>
		<description><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอของ 4 จังหวั [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<img width="400" height="262" src="http://dhamdeetour.com/wp-content/uploads/2017/07/khaoyai.jpg" class="attachment-large wp-post-image" alt="khaoyai" style="float:right; margin:0 0 10px 10px;" /><p style="text-align: center;"><a href="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/khaoyai.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14822" src="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/khaoyai-300x197.jpg" alt="khaoyai" width="300" height="197" /></a></p>
<p><span class="bold">อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</span> มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอของ 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรักใน ส่วนหนึ่งของดงพญาไฟหรือดงพญาเย็นในอดีต ประกอบด้วยขุนเขา น้อยใหญ่สลับ ซับซ้อนหลายลูกเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำมูล</p>
<div class="provincedetail">สภาพทั่วๆ ไปของ<span class="bold">อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</span>เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพนมดงรักซึ่งสูงโดดเด่นขึ้นา จากที่ราบภาคกลาง แล้วก่อตัวเป็นแนวเขตของที่ราบสูงโคราช มีเขาร่มเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร เขาแหลมสูง 1,326 เมตร เขาเขียวสูง 1,292 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร เขากำแพงสูง 875 เมตร เขาสมอปูนสูง 805 เมตร และเขาแก้วสูง 802 เมตร ซึ่งวัดความสูงจากระดับน้ำทะเลเป็นเกณฑ์ และยังประกอบด้วยทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้านทิศเหนือและตะวันออก พื้นที่จะลาดลงทางทิศใต้และตะวันตกเป็นที่สูงชันไปเรื่อยๆ</div>
<div class="provincedetail">นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก อยู่ใน พื้นที่ทางทิศใต้ของ <span class="bold">อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ </span>ซึ่งมีความสำคัญต่อการเกษตรกรรมและระบบทางเศรษฐกิจและ สังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้ง 2 สายนี้ มาบรรจบกันที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นแม่น้ำบางปะกงแล้วไหลลงสู่อ่าวไทย แม่น้ำลำตะคองและแม่น้ำพระเพลิง อยู่ในพื้นที่ทาง ทิศเหนือไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ ราบสูงโคราช ไปบรรจบกับแม่น้ำมูลซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของภาคอีสานตอนล่าง ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ห้วยมวกเหล็ก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำไหลตลอดทั้งปีและให้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์ของภูมิภาคนี้ ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสักที่อำเภอมวกเหล็ก</div>
<div class="provincedetail"></div>
<div class="provincedetail"><strong> อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</strong>เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ในบางโอกาสขณะขับรถยนต์ไปตามถนน จะสามารถเห็นสัตว์ป่าเดิน ผ่านหรือออกหากินตามทุ่งหญ้า สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อยๆ และตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้งกวาง ตามทุ่งหญ้าทั่วๆ ไป และช้าง นอกจากนี้ยังพบ เสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นกชนิดต่างๆ จำนวน 250 ชนิด จากจำนวนไม่น้อยกว่า 340 ชนิด ที่สำรวจพบอาศัยอยู่บริเวณป่าเขาใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งหาอาหารและที่อาศัย อย่างถาวร นกที่น่าสนใจและพบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ นกกก นกแก๊กนกเงือกกรามช้าง และนกเงือกสีน้ำตาล ที่พบบนเขาใหญ่นับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักดูนกเป็นอย่างดี เพราะ พบเห็นได้ทั่วไป พวกแมลงที่มีมากกว่า 5,000 ชนิด ที่สวยงามและพบเห็นบ่อยได้แก่ ผีเสื้อ มีรายงาน พบกว่า 216 ชนิด</div>
<div class="provincedetail"></div>
<div class="provincedetail">
<div class="menubar"><strong>สถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</strong></div>
<div class="menubar"></div>
<div class="provincedetail"><span class="bold"><strong>1.ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่</strong> </span><br />
สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2505 ตั้งอยู่ กม. 24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง นักท่องเที่ยว ที่ผ่าน เข้าอุทยานฯ และประชาชนทั่วไปมักแวะไปกราบไหว้ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold">2<strong>.จุดชมทิวทัศน์ กม. 9</strong> </span><br />
อยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 9 ถนนขึ้นเขาเขียวสามารถมองทิวทัศน์ ป่าไม้และภูเขาสูงด้านทิศเหนือตลอดแนวได้เป็นอย่างดี</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold"><strong>3.จุดชมทิวทัศน์ กม.30</strong> กิโลเมตรที่ 30 </span>ถนนธนะรัชต์สามารถชมทิวทัศน์ด้านทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เป็นบริเวณกว้างและสวยงาม</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold"><strong>4.จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว(ผาเดียวดาย)</strong> </span><br />
นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชมเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากมีลักษณะคล้าย ผานกเค้าที่ภูกระดึง จะมองเห็นภูเขา ร่มขวางอยู่เป็นแนวยาวและทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรีตอนเช้าตรู่ จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเป็นดวงกลมสีแดง เหนือสันเขาร่มที่สวยงาม</div>
<div class="provincedetail"><strong><span class="bold">5.น้ำตกเหวนรก </span></strong><br />
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในเขตอำเภอปากพลีจากตัวเมืองเดินทางไปทางทิศตะวันออก ตามถนนสุวรรณศรถึง สี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 3077 ซึ่งเป็นทาง ขึ้นเขาใหญ่ไปจนถึงกม.ที่ 24 มีทางเดินเท้า ไปน้ำตกเหวนรก อีก 2 กม. เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหล ลงสู่หน้าผา ชั้นที่สองและสาม ในลักษณะ การไหลตก 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตรในฤดูฝนน้ำไหลแรงมาก</div>
<div class="provincedetail">
<div class="provincedetail"><strong><span class="bold">6.น้ำตกกองแก้ว</span></strong><br />
เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากห้วยลำตะคอง อยู่ห่างจากที่ทำการ อุทยาน ฯ ประมาณ 100 เมตร ใกล้น้ำตกมีสะพานแขวนข้าม ลำห้วยลำตะคอง ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขต จังหวัดนครนายกและจังหวัดนครราชสีมา</div>
<div class="provincedetail"><strong>7.น้ำตกเหวสุวัต<br />
</strong>อยู่ที่จุดสิ้นสุดของถนนธนะรัชต์ เกิดจากห้วยลำตะคอง ไหลตกจากหน้าผาสูงประมาณ 25 เมตรในฤดูฝนจะมีน้ำมากและไหลเชี่ยว ในฤดูแล้งปริมาณน้ำน้อย สามารถเดินต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร ไปยังหน้าผาของน้ำตก</div>
<div class="provincedetail">
<div class="provincedetail"><strong><span class="bold">8.น้ำตกเหวไทร</span></strong><br />
เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยลำตะคองถัดไปจากน้ำตกเหวสุวัต ต้องเดินเท้าจากน้ำตกเหวสุวัตไปอีกประมาณ 1.5 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที น้ำตกไหลลงมาจากหน้าผา สูงประมาณ 5 เมตรในฤดูฝนน้ำไหลลงจากหน้าผา สวยงามมาก</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold"><strong>9.น้ำตกผากล้วยไม้</strong> </span><br />
อยู่ระหว่างทางไปน้ำตกเหวสุวัต โดยเดินเท้าจากถนนธนะรัชต์ ไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางอยู่ใน ลำห้วย ลำตะคอง เช่นเดียวกัน ที่หน้าผาของน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ อันเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้ ดอกหวาย แดงจะบานในฤดูร้อน ประมาณเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งซึ่งต้องเดินเท้าเป็น ระยะทางไกลได้แก่ น้ำตกห้วยโกรกเด้ น้ำตกเหวประทุน น้ำตกผากระจาย น้ำตกตาดตาภู่ น้ำตกวังเหว น้ำตกแม่ปล้อง น้ำตกผาชมพู น้ำตกผาตาด น้ำตกมะนาว และน้ำตกตาดตาคง</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold">10.หอดูสัตว์ </span><br />
หอดูสัตว์เป็นสถานที่จัดทำขึ้นสำหรับการซุ่มดูสัตว์ป่า นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่เวลา06.00 น. &#8211; 18.00 น. จำนวน 2 แห่ง ได้แก่<br />
<strong>&#8211; หอดูสัตว์หนองผักชี</strong><br />
เป็นที่ดูสัตว์ที่มากินน้ำรอบๆ หนองน้ำ บริเวณโดยรอบเป็นทุ่งหญ้าคากว้างใหญ่ มีโป่งสัตว์ ปากทางเข้าอยู่บริเวณ กิโลเมตร 35-36 ของถนนธนะรัชต์ ต้องเดินเท้าจากถนนเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร<br />
<strong>&#8211; หอดูสัตว์มอสิงโต </strong><br />
อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำมอสิงโต รอบๆมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าโล่งที่เหมาะสำหรับซุ่มดูสัตว์ป่าที่มากินดินโป่งซึ่งเป็นดินที่มีแร่ธาตุสำคัญ ของสัตว์กินพืช อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 500 เมตร</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold"><strong>11.ส่องสัตว์</strong> </span><br />
เป็นกิจกรรมที่ใช้ไฟส่องสัตว์ในเวลากลางคืนไปตามถนนสองข้างทาง เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาก สามารถติดต่อ ขออนุญาตได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเวลา 18.00 น. ทุกวัน</div>
<div class="provincedetail">
<div class="provincedetail"><strong><span class="bold">12.ดูนก</span></strong><br />
เขาใหญ่เป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เส้นทางดูนกจะอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เส้นทางเดินป่า สองข้างทางถนนและบริเวณ สนามกอล์ฟเดิม</div>
<div class="provincedetail"><span class="bold"><strong>13.เส้นทางศึกษาธรรมชาติ</strong> </span><br />
เส้นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-น้ำตกกองแก้ว ระยะทางประมาณ 1,200 เมตร เส้นทางนี้จะปูด้วยอิฐตัวหนอน มีป้ายสื่อความหมาย ตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดมงคลบพิตร อยุธยา</title>
		<link>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 07:20:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://d.119cafe.com/customer/dmtour/?p=14816</guid>
		<description><![CDATA[วัดมงคลบพิตร อยุธยา วัดมงคลบพิตร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของวัดพระ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<img width="510" height="340" src="http://dhamdeetour.com/wp-content/uploads/2017/07/watmongkhonbophit.jpg" class="attachment-large wp-post-image" alt="watmongkhonbophit" style="float:right; margin:0 0 10px 10px;" /><div class="menubar">
<h1 class="headorangeh1" style="text-align: center;"><a href="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/watmongkhonbophit.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14818" src="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/watmongkhonbophit-300x200.jpg" alt="watmongkhonbophit" width="300" height="200" /></a></h1>
<h1 class="headorangeh1">วัดมงคลบพิตร อยุธยา</h1>
</div>
<div class="provincedetail"><strong>วัดมงคลบพิตร</strong> ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์องค์ใหญ่องค์หนึ่งใน ประเทศไทย เดิมอยู่ทาง ทิศตะวันออกนอกพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดฯ ให้ย้ายมา ไว้ทางด้านตะวันตก ที่ซึ่ง ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันและโปรดฯ ให้ก่อมณฑปสวมไว้ เป็นวัดโบราณสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยที่ตั้งของ วัดมงคลบพิตรและพระราชวังโบราณตั้งอยู่ติดกัน นักท่องเที่ยวจึงนิยมเข้ามานมัสการหลวงพ่อมงคลบพิตรก่อน จะเข้าชม พระราชวังโบราณ และบริเวณทางด้านหน้าวิหารวัดพระมงคลบพิตร มีร้านค้าตั้งเรียงรายมากมายหลายร้าน จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ พื้นเมืองแทบทุกชนิดเช่น ปลาตะเพียน เครื่องจักสานเครื่องหวาย มีดอรัญญิก ผลไม้กวน และขนมชนิดต่างๆ เหมาะสำหรับผู้สนใจ ซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆ</div>
<div class="menubar">จุดที่น่าสนใจ</div>
<div class="provincedetail"><strong>พระมงคลบพิตร</strong> เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวามีสังฆาฏิพาดเหนือพระอังสาซ้าย ชายยาวลงมา จรดพระนาภี ภายในองค์ก่ออิฐเป็นแกนแล้วบุด้วยทองสัมฤทธิ์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์พระไม่รวมฐานบัว 12.45 เมตร ส่วนฐานบัวสูง 4.50 เมตร พระเศียรวัดโดยรอบตรงบริเวณเหนือพระกรรณ 7.25 เมตร พระพักตร์กว้าง 2.32 เมตร บัวหงายระหว่างพระรัศมีกับพระเกศาเมาลีสูง 43 เซ็นติเมตร พระรัศมีเหนือบัวหงายสูง 1.30 เมตร พระกรรณยาวข้างละ 1.81 เมตร พระเนตรยาวข้างละ 1.05 เมตร พระนาสิกยาว 1.20 เมตร พระโอษฐ์ยาว 1.16 เมตร และเป็นพระพุทธรูปหล่อ ขนาดใหญ่ องค์เดียวในประเทศไทย สันนิษฐานกันว่า สร้างในสมัย กรุงศรีอยุธยาตอนต้นราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ</div>
<div class="menubar">
<h1 class="headorangeh1">ประวัติวัดพนัญเชิง อยุธยา</h1>
</div>
<div class="provincedetail">วิหารพระมงคลบพิตร ถ้าตามพระราพงศาวดารฯบริเวณที่ตั้งวิหารนี้เคยเป็นวัดในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเพราะระบุว่าโปรดอัญเชิญพระพุทธรูป ขนาดใหญ่นามว่า “มงคลบพิตร” มาจากพื้นที่ทางตะวันออกต่อจากนั้นก็ทรงก่อมณฑปครอบครั้นถึง รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศ โปรดเกล้าให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระมงคลบพิตรขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยโปรดให้ทำบัวหงายคั่นระหว่างพระเกตุมาลากับ พระรัศมีส่วนพระวิหารนั้นก็โปรดให้รื้อเครื่องบนออก แล้วก่อหลังคาให้เหมือนดังพระวิหารทั่วไปต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยา เสียแก่พม่า ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ นั้นพม่าเข้าใจว่าพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปทองคำ จึงได้ใช้ไฟสุมลอกทองจนกระทั่งองค์พระ ตลอดจน พระวิหารได้รับความเสียหายมากโดยเฉพาะเครื่องบนพระวิหารที่หักลงมา ต้องพระเมาฬีและพระกรข้างขวาจนแตกหัก ตกลงมา กลายเป็นซากปรักหักพัง นับแต่นั้นมาจนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ จึงได้มีการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ขึ้น เมื่อครั้งพระยาโบราณราชธานินทร์ ดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าครั้งนั้นได้มีการซ่อม พระเมาฬี และพระกรข้างขวา ด้วยปูนปั้น ส่วนพระวิหารที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ก็ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยเช่นกัน ใน พ.ศ. ๒๔๗๔ คุณหญิงอมเรศศรีสมบัติ มีศรัทธาที่จะปฏิสังขรณ์ฐานพระมงคลบพิตรขึ้นใหม่ ครั้นนั้นจำเป็นต้องลบรอยปูนปั้นของเดิมออกจนหมด ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๙๙ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระมงคลบพิตร และพระวิหารขึ้น ใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะองค์พระมงคลบพิตรนั้นได้ทาสีดำตลอดทั้งองค์ พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จมาเป็นองค์ประธานเททองหล่อพระพุทธรูปพระมงคลบพิตรจำลอง ได้ประทานพระราชดำริว่าควร ปิดทอง องค์พระมงคลบพิตรทั้งองค์ ทำให้องค์พระพุทธรูปมีพุทธลักษณะที่งดงาม น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งขึ้น</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หาดสิชล นครศรีธรรมราช</title>
		<link>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 07:15:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://d.119cafe.com/customer/dmtour/?p=14810</guid>
		<description><![CDATA[&#160; หาดสิชล เป็นหาดโค้งมีทิวทัศน์สวยงาม ชาวบ้านเรียกว่า อ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<img width="400" height="242" src="http://dhamdeetour.com/wp-content/uploads/2017/07/sichon-copy.jpg" class="attachment-large wp-post-image" alt="sichon copy" style="float:right; margin:0 0 10px 10px;" /><p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/sichon-copy.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14814" src="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/sichon-copy-300x182.jpg" alt="sichon copy" width="300" height="182" /></a></p>
<p><strong>หาดสิชล </strong>เป็นหาดโค้งมีทิวทัศน์สวยงาม ชาวบ้านเรียกว่า อ่าวทองโหนด น้ำทะเลใสเล่นน้ำได้ ส่วนหาดหินงามเป็นหาดหินที่มีหินทั้งขนาดใหญ่และ เล็กอยู่มากมาย จึงไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ หาดหินงาม เป็นชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอำเภอสิชล บริเวณเชิงเขาคอกงที่มี หาดทรายสวยงามมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศดีเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งประชาชนในอำเภอสิชลและอำเภอใกล้เคียงมาพักผ่อนกันมากโดยเฉพาะ</p>
<p><strong>การเดินทาง</strong> ใช้ ทางหลวงหมายเลข 401 จากอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชประมาณ 37 กิโลเมตร จากตัวอำเภอสิชล เลี้ยวขวาไปทางบ้านปากน้ำ 3 กิโลเมตร ถึงหาดสิชล จากหาดสิชลมีถนนลูกรังต่อไปอีก1.5 กิโลเมตร ถึงหาดหินงาม หาดสิชลเป็นชายหาดโค้ง มีทิวทัศน์สวยงาม ชาวท้องถิ่น เรียกว่า อ่าวท้องหยี,อ่าวท้องยาง, อ่าวท้องโหนด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a5-%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลำธารแห่งสายหมอก…จุดชมวิวซุยถัง ดอยอ่างขาง</title>
		<link>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 07:00:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://d.119cafe.com/customer/dmtour/?p=14804</guid>
		<description><![CDATA[จุดชมวิวซุยถัง หรือชื่อเต็มว่า จุดชมวิวฐานปฏิบัติการซุยถัง   [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<img width="400" height="300" src="http://dhamdeetour.com/wp-content/uploads/2017/07/augkang.jpg" class="attachment-large wp-post-image" alt="augkang" style="float:right; margin:0 0 10px 10px;" /><p style="text-align: center;"><a href="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/augkang.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14807" src="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/augkang-300x225.jpg" alt="augkang" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong>จุดชมวิวซุยถั</strong>ง หรือชื่อเต็มว่า <strong>จุดชมวิวฐานปฏิบัติการซุยถัง </strong> เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอ่างขาง ที่สามารถชมทะเลหมอกได้แบบใกล้ชิด  ห่างจากสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางไปทางหมู่บ้านอรุโณทัย อ.ไชยปราการประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง มีทะเลหมอกให้ชมแบบสวยงามโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว บริเวณจุดชมวิว มีลานกางเต็นท์ ร้านอาหารและห้องน้ำให้บริการนักท่องเที่ยว</p>
<p>การเดินทางเมื่อผ่านจุดชมวิวม่อนสนให้ขับตรงไปจะเจอด่านตรวจตรงสามแยกอ่างขาง เลี้ยวขวาไปทางบ้านอรุโณทัยไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะเจอจุดชมวิวซุยถัง หากไม่แน่ใจในเส้นทางสอบถามทางตรงป้อมทหารได้ สำหรับช่วงเวลาที่สามารถชมทะเลหมอกบริเวณจุดชมสายหมอกได้แบบสวยงาม แนะนำว่าควรมาหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว หรือให้มีแสงสว่างซักเล็กน้อย เพราะบริเวณที่มีทะเลหมอกจะไม่ใช้จุดที่พระอาทิตย์ขึ้นโดยตรง ต้องให้รอให้สว่างและแสงอาทิตย์เริ่มเจิดจ้าซักหน่อยซักประมาณ 7  โมงเป็นต้นไป ในบางวันทะเลหมอกมีให้ชมไปจนถึงประมาณ 9.30 น. สำหรับเราเลือกชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวม่อนสนก่อน จากนั้นก็มาชมทะเลหมอกซุยถังต่อ  ซึ่งกำลังได้เวลาที่หมอกสวยงามพอดี  แสงสีทองเริ่มส่องมากระทบกับทิวเขา</p>
<p>ลักษณะของทะเลหมอกของจุดชมวิวซุยถังเรียกว่า เป็นลำธารแห่งสายหมอก เพราะอยู่ในแอ่งที่รายล้อมด้วยหุบเขา มองไปเหมือนสายน้ำไหล  มีระเบียงชมวิวของร้านค้าให้ยืนชมแบบแนบชิดทะเลหมอก  ซึ่งสามารถนั่งรับประทานอาหารได้ในยามเช้าไปชมทะเลหมอกไปได้อีกด้วย</p>
<p>เรียกได้ว่าจะเพลิดเพลินกับสายหมอกสีขาวราวปุยนุ่นที่อยู่ในอ้อมกอดสีเขียวของภูเขาได้แบบไม่รู้สึกเบื่อ ยิ่งสว่างมากขึ้น ท้องฟ้าก็จะเริ่มเป็นสีฟ้า ทะเลหมอกก็จะยิ่งฟูขึ้นมาและสว่างชัดเจนขึ้น เป็นจุดชมวิวที่คนยังไม่เยอะ ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมาก ส่วนใหญ่จะเที่ยวจุดชมวิวม่อนสน ไร่ชา 2000 และไร่สรอว์เบอรี่กันมากกว่า แต่จุดชมวิวซุยถังอาจไม่ได้มีหมอกให้ชมทุกวันในฤดูหนาว แล้วแต่สภาพอากาศ ถ้ามีความชื้นสูง เช่น ฝนตกใหม่ๆแล้วหลังจากนั้นสภาพอากาศดี จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกได้ง่ายและแน่นขึ้นด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปีนบันใด 1200 ขั้น ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่</title>
		<link>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%94-1200-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%94-1200-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 06:40:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://d.119cafe.com/customer/dmtour/?p=14797</guid>
		<description><![CDATA[  บันได 1,200 ขั้น ที่ลัดเลาะผ่านซอกเขาไปตามหน้าผาจนถึงยอด ม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<img width="400" height="296" src="http://dhamdeetour.com/wp-content/uploads/2017/07/WatThumSear.jpg" class="attachment-large wp-post-image" alt="WatThumSear" style="float:right; margin:0 0 10px 10px;" /><p style="text-align: center;"> <a href="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/WatThumSear.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14800" src="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/WatThumSear-300x222.jpg" alt="WatThumSear" width="300" height="222" /></a></p>
<p>บันได 1,200 ขั้น ที่ลัดเลาะผ่านซอกเขาไปตามหน้าผาจนถึงยอด มันคงสูงและเหนื่อยไม่ใช่เล่น เพียงแค่แหงนหน้าขึ้นไปมองคนที่กำลังไต่บันใดอยู่ข้างบนอันสูงลิบก็ดูน่าหวาดเสียว   ขึ้นไปแล้วจะสูงแค่ไหน ข้างบนนั้นมีอะไร จะขึ้นไปไหวหรือไม่ ดูเป็นสิ่งที่ท้าทายและชวนหาคำตอบยิ่งนัก ที่ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นการพิสูจน์ร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี</p>
<p>หลายปีมาแล้วผมเคยแวะมาเที่ยววัดนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป จะเรียกว่าเป็นวัดดังที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภาคใต้ก็คงไม่ผิดนัก เคยได้ยินชื่อ “หลวงพ่อจำเนียร” เจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงมานาน</p>
<p>ผมรู้จักวัดนี้ในฐานะที่เป็นสถานที่ฝึกสมาธิและเจริญภาวนา ซึ่งแต่ละปีจะมีทั้งหญิงและชายจำนวนมากมาบวชชี &#8211; พราหมณ์ นุ่งขาวห่มขาว และถือศีล 8 กันเป็นเวลาหลายวัน โดยวัดได้จัดสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไว้รองรับอย่างครบครัน</p>
<p>วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่มาไม่ไกลนัก คงไม่เกิน 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางสาย กระบี่ – ตรัง ทางเข้าวัดสังเกตง่าย จะเห็นก้อนหินก้อนใหญ่สูงราว 10 เมตร ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงสามแยกปากทางเข้าวัดพอดี ซึ่งผมก็จะใช้เป็นจุด จุดสังเกตทุกครั้ง  ก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้ามาตามถนนสายเล็กๆ ผ่านสวนของชาวบ้านต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเห็นวัด<br />
อยู่ด้านใน</p>
<p>ลานจอดรถที่กว้างขวางใหญ่โตอาจดูคับแคบหากเดินทางมาในวันหยุดหรือช่วงเทศกาล วัดนี้เป็นจุดแวะเที่ยวของนักทัศนาจร หลายระดับ ทั้งฉิ่งฉับทัวร์ ทัวร์ระดับ VIP รวมไปถึงกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ผ่านมายังเส้นทางนี้</p>
<p><span class="style4">&#8221; รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม&#8221;</span><span style="color: #595959;">  สูงราวๆ 5 เมตร ดูใหญ่โตกว่าที่เคยเห็นมาจากที่อื่นๆ   ในแต่ละวันจะมีผู้คนมาบูชาไม่ขาดสาย จุดธูปจุดเทียนกันจนควันโขมง และเป็นจุดเด่นที่ใครมาวัดนี้แล้วคงต้องเจอ</span></p>
<p>ผมเคยมาเที่ยววัดนี้ตอนที่รูปปั้นพึ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆ เห็นสีทองเหลืองอร่ามแวววาวสวยงามมาก ใบหน้าเจ้าแม่กวนอิมดูสง่า มีราศรี หน้าขาวนวลออกชมภูเหมือนผู้หญิงสวยที่มีใบหน้าเกลี้ยงเกลา ซึ่งแสดงถึงฝีมืออันประณีตของช่างปั้น</p>
<p>ด้านข้างของวัดเป็นหน้าผาที่ใหญ่โตและสูงชันมาก มีบันไดปูนซิเมนต์ให้เดินไต่ผ่านซอกเขาข้ามไปอีกฝากหนึ่งได้ เมื่อข้ามไปแล้ว จะเห็นเป็นป่ามีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น บางชนิดเป็นไม้ใหญ่ที่หาดูได้ยาก ดูลักษณะแล้วน่าจะมีอายุเป็นร้อยๆปี   ถ้าเดินลึกเข้าไป ตามแนวทางเดินริมเขาจะเห็นถ้ำเล็กๆ มีค้างคาวหลายสิบตัวที่เกาะนิ่งอยู่ตามเพดานถ้ำ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในตอนกลางวัน</p>
<p>ภายในบริเวณวัดที่อยู่ด้านหลังเขา   ดูเหมือนเป็นป่ามากกว่าจะเป็นที่ดินเขตของวัด แต่จากสอบถามคนแถวนั้นแล้วทราบว่าเป็น พื้นที่ของวัด อกว่าเดิมทีวัดนี้ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ในป่าต่อมามีชาวบ้านมาทำสวนทำไร่และอาศัยอยู่ใกล้ๆวัดทำให้พื้นที่ของวัดถูกโอบ<br />
ล้อมไปด้วยที่ดินของชาวบ้าน</p>
<p>ชื่อ วัด&#8221; ถ้าเสือ &#8221;  ในอดีตนั้นน่าจะมีเสืออาศัยอยู่ตามถ้ำต่างๆภายในวัด นึกไปแล้วก็น่าเป็นจริง เพราะสภาพทั่วไปเหมาะที่จะ เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่า มีถ้ำอยู่หลายแห่ง มีต้นไม้ใหญ่ และห่างไกลจากผู้คน</p>
<p>แรกเริ่มเดิมทีของวัดนี้น่าจะมาจากพระป่าหรือพระธุดงค์มาอาศัยอยู่ตามถ้ำ และมีชาวบ้านที่ศรัทธาตามมากราบไหว้ จนกลาย เป็นวัดในเวลาต่อมา ซึ่งวัดถ้ำต่างๆในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่แล้วจุดเริ่มต้นจนเป็นที่รู้จัก ก็ล้วนมาจากพระธุดงค์ที่จาริกไปเพื่อหา สถานที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม จนมีผู้เลื่อมใสเดินทางมากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก</p>
<p>จะว่าไปแล้วการค้นพบถ้ำต่างๆที่มีชื่อและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเวลาต่อมา ก็มาจากพระธุดงค์นี้แหละที่เป็นนักสำรวจ และเป็นผู้ค้นพบที่แท้จริง ต่ก็อาจมีบางส่วนที่เข้าไปอาศัยและสร้างศาสนวัตถุต่างๆขึ้นจนเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมไปอย่าง<br />
น่าเสียดายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์</p>
<p>&#8230;<span style="color: #595959;">ทั้งหมดนั้นเป็นความทรงจำที่ผมเคยมาเที่ยววัดนี้ถึง 2 ครั้งเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสไต่บันได 1,200 ขั้นแม้แต่ครั้ง<br />
เดียว ทั้งนี้เป็นเพราะมีเวลาค่อนข้างจำกัดและยังต้องเดินทางต่อไปยังที่อื่นอีก ถึงกระนั้นก็ตั้งความหวังไว้ในใจว่าคงต้องหา โอกาสมาพิชิตให้ได้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhamdeetour.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%94-1200-%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แอ่วเมืองน่าน</title>
		<link>http://dhamdeetour.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://dhamdeetour.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2017 06:32:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://d.119cafe.com/customer/dmtour/?p=14793</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#8221; เมืองน่าน&#8221; เรื่องราวส่วนใหญ่ที่รู้ๆมาก็ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<img width="400" height="266" src="http://dhamdeetour.com/wp-content/uploads/2017/07/Nan_kondern_road_2.jpg" class="attachment-large wp-post-image" alt="Nan_kondern_road_2" style="float:right; margin:0 0 10px 10px;" /><p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/Nan_kondern_road_2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14795" src="http://d.119cafe.com/customer/dmtour/wp-content/uploads/2017/07/Nan_kondern_road_2-300x200.jpg" alt="Nan_kondern_road_2" width="300" height="200" /></a></p>
<p><span class="style72"><strong>&#8221; เมืองน่าน&#8221;</strong></span></p>
<p>เรื่องราวส่วนใหญ่ที่รู้ๆมาก็เป็นเรื่องที่จดจำมาแต่อดีต อาจนานมาแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในความทรงจำ เช่น น่าน เป็นจังหวัดเล็กๆ เป็นเมืองไม้สัก การเดินทางต้องข้ามเขาที่มีป่าไม้หนาแน่นตลอดสองข้างทาง มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาว ตามแนวชายแดนก็ประกอบไปด้วยชาวเขาหลายเผ่า ซึ่งอดีตก็เคยเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาล ที่ถูกชักนำให้หันมาฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์ ชายแดนน่านรวมทั้งพื้นที่บนเขา จึงกลายเป็นแดนก่อการร้าย มีการสู้รบรุนแรง และถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีแดง</p>
<p><span class="style72"><strong>น่าน หากนับถอยหลังไปในช่วงระหว่างปี 2510 – 2524 จะมีแต่ข่าวการสู้รบกันเป็นประจำ</strong></span>จนดูเหมือนจะกลบภาพลักษณ์ที่ดีๆของเมืองน่านไปจนหมดสิ้น บางจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงเมืองน่านเช่นจังหวัดแพร่ ลำปาง เชียงราย ก็หวั่นวิตกว่าหากทหารปราบไม่อยู่ แน่นอนว่าเมืองแพร่และจังหวัดอื่นๆที่อยู่ถัดๆมาคงต้องรับศึกหนัก</p>
<p>น่านจึงเหมือน เป็นเมืองหน้าด่าน ทำหน้าที่เป็นกำแพงไม่ให้ฝ่ายผู้ก่อการร้ายล่วงล้ำอธิปไตย ซึ่งขณะนั้นประเทศต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงกับประเทศไทย เช่น เวียดนาม พม่า ลาวกัมพูชา ก็กลายเป็นประเทศที่ปกครองในระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ไปหมดแล้ว</p>
<p>ในช่วงเวลาที่เนินนานถึง 14 ปี จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมือนเมืองน่านต้องถูกปิดประตชั่วคราว ถนนหลายสายระหว่างอำเภอต่างๆในจังหวัดน่านไม่ค่อยปลอดภัยนัก หากไม่จำเป็นก็จะไม่มีใครกล้าผ่าน ไม่ต่างกับเส้นทางระหว่าง พิษณุโลก – เพชรบูรณ์หรือในพื้นที่ในเขต อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่บริเวณนั้นถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดง มีการปะทะกันไม่เว้นแต่ละวัน ผู้สัญจรผ่านเส้นทางนั้นอาจโดนลูกหลงจากการต่อสู้ ในยามค่ำคืนแล้วก็จะกลายเป็นถนนร้างที่ไร้ยวดยาน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dhamdeetour.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
